ประวัติความเป็นมาของโครงการพัฒนาการคิดขั้นสูงทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


   โครงการพัฒนาการคิดขั้นสูงทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

   ความเป็นมาของโครงการพัฒนาการคิดขั้นสูงทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของประเทศจำเป็นต้องสอดคล้องกับทิศทางของสมรรถนะซึ่งเป็นที่ต้องการของโลก เมื่อพิจารณาทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการในศตวรรษที่ 21 ดังแสดงในกราฟที่ 1 จะเห็นได้ว่า ความสามารถที่ไม่ได้แสดงถึงศักยภาพในการคิดอย่างเชี่ยวชาญ (Expert Thinking) หรือการสื่อสารที่มีความซับซ้อน (Complex Communication) ได้นั้น มีความจำเป็นน้อยลงในตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 (Levy & Murnane, 2004) ทิศทางดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนของ การทบทวนเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของประเทศซึ่งส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก

   ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการสร้างรากฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในชั้นเรียนระดับโรงเรียนของแต่ละประเทศที่สำคัญอย่างหนึ่งคือผลของการทดสอบความรู้ความสามารถด้านคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ในระดับนานาชาติ เช่น การทดสอบ Programme for International Student Assessment (PISA) และ The Trends in International Mathematics and Science Study (TIMSS) จากกราฟที่ 2 ถึงกราฟที่ 5 แสดงให้เห็นถึงสภาวะวิกฤติของการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระบบโรงเรียนของไทย กล่าวคือ ผลจาก การทดสอบสมรรถนะของการใช้ความรู้และทักษะในชีวิตจริงที่สะท้อนผ่านการสอบ PISA พบว่านักเรียนไทยมีผลการทดสอบที่ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยอย่างต่อเนื่องในทุกปีที่เข้าร่วมการทดสอบ นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในเขตเอเชียแล้วพบว่าผลการทดสอบของนักเรียนไทยต่ำกว่าประเทศชั้นนำ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลี และไต้หวันมากกว่า 100 คะแนน

   เมื่อพิจารณาผลของการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระดับหลักสูตรของแต่ละประเทศที่สะท้อนผ่านผลการทดสอบ TIMSS ก็พบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนสอบของนักเรียนลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา และยังคงต่ำกว่าประเทศชั้นนำในเอเชีย เช่น เกาหลี สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และไต้หวัน มากกว่า 100 คะแนนเช่นเดียวกับผลการทดสอบ PISA นอกจากนี้ เมื่อหันกลับมาพิจารณาการทดสอบภายในประเทศซึ่งเป็นตัวชี้วัดความรู้รวบยอดตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เช่น การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Education Testing: O-Net) ก็พบว่า ความรู้พื้นฐานในวิชาคณิตศาสตร์ของเด็กไทยได้แสดงให้เห็นสภาวะวิกฤติของการจัดการศึกษาภายในประเทศ กล่าวคือ คะแนนเฉลี่ยของผล การทดสอบของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ลดลงอย่างต่อเนื่อง ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 ถึงปีการศึกษา 2554 ข้อมูลดังกล่าวนี้ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการจัดการศึกษาไทยเพื่อเตรียมความพร้อมของทรัพยากรมนุษย์ในการแข่งขันในตลาดโลก ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะใช้ความพยายามในการปฏิรูปการศึกษามาตั้งแต่พุทธศักราช 2542 แต่เป้าหมาย หลักการ และการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในระดับชั้นเรียนก็ยังขาดความเป็นเอกภาพ ไม่ได้เป็นไปในทิศทางของการสร้างความเข้มแข็งให้กับทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างแท้จริง

กราฟแสดงผลคะแนนสอบ PISA ของไทยที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ประเทศที่ร่วมสอบมีมากกว่า 40 ประเทศ


กราฟแสดงระดับคะแนนสอบ PISA ของไทยที่ต่ำกว่าคะแนนของกลุ่มประเทศชั้นนำของเอเชีย


กราฟแสดงผลสอบ TIMSS ของเด็กไทยที่ลดต่ำลงตลอดช่วงเวลามากกว่า 1 ทศวรรษ


กราฟแสดงผลสอบ TIMSS ของเด็กไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่องเทียบกับประเทศที่ยังคงระดับสูงอย่างต่อเนื่อง


   จากการสะท้อนผ่านมุมมองด้านสังคมวัฒนธรรม(Social-cultural Perspectives) จะทำให้เห็นได้ว่าสิ่งที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตลอดในชั้นเรียนคณิตศาสตร์ของไทยคือการเน้นการถ่ายทอดความรู้ โดยมีปรัชญาที่ขับเคลื่อนอยู่ในระดับลึกว่าความรู้ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่มีความถูกต้องแน่นอนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แนวทางดังกล่าวนี้เป็นวัฒนธรรมชั้นเรียนที่เน้นเฉพาะผลลัพธ์(Product-oriented approach) เท่านั้น อันนำมาสู่สมรรถนะของนักเรียนไทยที่ทำได้เพียงงานที่ทำเป็นกิจวัตร(Routine Manual) หรือการคิดแบบซ้ำๆ(Routine Cognition) ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 ดังแสดงในกราฟที่ 1(Levy & Murnane, 2004) ผลกระทบที่มีต่ออำนาจการแข่งขันของประเทศสามารถอธิบายเปรียบเทียบได้กับกรณีของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดเน้นของชั้นเรียนคณิตศาสตร์ที่แตกต่างจากไทยคือที่ไม่ได้เน้นเฉพาะผลลัพธ์แต่เพียงอย่างเดียว แต่เน้นทั้งกระบวนการและผลลัพธ์ (Product–process oriented approach) กล่าวคือ กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคนในชั้นเรียนได้รับการให้ความสำคัญเท่าๆกันกับคำตอบที่ถูกต้อง แนวทางดังกล่าวนี้เป็นจุดเน้นของการจัดการศึกษาของญี่ปุ่นมาโดยตลอด ด้วยรากฐานของการจัดการศึกษาดังกล่าวนี้ ประเทศญี่ปุ่นจึงสามารถเคลื่อนย้ายเข้าสู่สตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีศักยภาพในการแข่งขันอย่างเต็มที่

   ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้จึงทำให้ประเทศที่กำลังพัฒนาทั่วโลกต้องใช้ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงชั้นเรียนของตนเองเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนจากชั้นเรียนที่เน้นผลลัพธ์แต่เพียงอย่างเดียวมาเป็นชั้นเรียนที่เน้นทั้งกระบวนการและผลลัพธ์นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่งเนื่องจากมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับครูและนักเรียนในชั้นเรียนที่เน้นผลลัพธ์ที่ยังคงขับเคลื่อนให้ชั้นเรียนดำเนินไปในแนวทางเดิม ดังนั้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังใช้ความพยายามในการปฏิรูปการศึกษาอยู่นี้ ถึงแม้ว่าจะมีครูจำนวนมากที่มีความตั้งใจในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ แต่ถ้าหากครูยังคงใช้ความพยายามทำอยู่ในแนวทางแบบเดิมโดยไม่มีโอกาสมองเห็นว่าแนวทางที่ดำเนินการมาโดยตลอดนั้นเป็นแนวทางที่ไม่สามารถค้นหากระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนได้ ครูก็จะไม่สามารถจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนได้

   การปฏิรูปชั้นเรียนคณิตศาสตร์ในระดับโรงเรียนเพื่อพัฒนาการคิดขั้นสูง(High-order Thinking) ของนักเรียนจึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปในทุกปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนคณิตศาสตร์ในระดับชั้นเรียน เช่น การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในแนวใหม่ การพัฒนาหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ที่เน้นการแก้ปัญหา(Problem Solving Approach) การผลิตและพัฒนาครูที่มีความเชี่ยวชาญในการสอนเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน การสร้างระบบการพัฒนาวิชาชีพครูประจำการที่เน้นความเชี่ยวชาญในการปรับปรุงชั้นเรียนของตนเอง การพัฒนาระบบบัณฑิตศึกษาเพื่อทำวิจัยและสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาความสามารถในการคิดขั้นสูงทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน เป็นต้น การดำเนินงานดังกล่าวนี้จะทำให้สามารถขับเคลื่อนชั้นเรียนคณิตศาสตร์ไปเป็นชั้นเรียนที่เน้นการแก้ปัญหา(Problem solving Classroom) ซึ่งจะทำให้เกิดการคิดขั้นสูงในมิติต่างๆ เช่น การคิดวิเคราะห์สังเคราะห์(Analytic-synthetic Thinking) การคิดอย่างไตร่ตรอง(Reflective Thinking) การคิดเชิงวิจารณญาณ(Critical Thinking) รวมทั้งการคิดเชิงสร้างสรรค์(Creative Thinking) เป็นต้น


 ตารางแสดงคะแนน O-Net ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2550 จำแนกตามภูมิภาค

  กราฟแสดงระดับคะแนนสอบ O-Net ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำแนกรายจังหวัด ปีการศึกษา 2552-2553


  เป้าหมายการดำเนินงานของโครงการพัฒนาการคิดขั้นสูงทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
• กลุ่มเป้าหมาย นักเรียน ครู และผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 68 โรงเรียน
• ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารทางการศึกษา นักนโยบายทางการศึกษา
• พื้นที่ในการดำเนินโครงการ

 » พื้นที่ เป็นสีเทา หมายถึง จังหวัดที่มีโรงเรียนที่ใช้การศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิดมาเป็นระยะเวลามากกว่า 4 ปี

 » พื้นที่ เป็นสีเขียว หมายถึง จังหวัดที่จะเพิ่มเข้าไปในโครงการในปีงบประมาณ 2557